(1)
ฉันผิด ฉันพลาดพลั้งไป
ฉันมึนชา ฉันไม่รอบคอบ สติของฉันในตอนนั้นอยู่ที่ไหน
ฉันหวาดกลัวเหลือเกิน ฉันทำสิ่งไม่สมควร แต่ฉันต้องหวาดกลัวขนาดนี้เลยหรือไร
ใจฉันสั่นเหลือเกิน ตัวฉันสะท้าน แม้วิญญาญของฉันยังวูบไหว
นี่อาจเป็นไม่กี่ครั้ง ไม่กี่ครั้ง
ที่ฉันร้องไห้
(2)
ตอนที่มันเริ่มขึ้น ฉันตกใจแต่ยังหวังว่าคงไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
แต่มันก็เกิดขึ้น! สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดกลับเกิดขึ้น! มันเกิดเงียบเชียบเลือดเย็น เหตุของมันก็ช่างเลือดเย็นไม่ผิดกัน
มันคือความไร้สติของฉันในวันคืนที่ฉันมัวเมาอยู่กับความหวานจากวิญญาญอันหลับไหลคือความเพ้อคลั่งของ
ฉันที่ช่างทำร้ายฉันได้เจ็บแสบในวันที่ฉันหลงลืมถึงอำนาจของมัน และยิ่งร้ายที่สุด มันคือความจงใจของใคร
ใดๆคนหนึ่ง ซึ่งเขาอาจประสงค์หรือไม่ ตั้งใจอย่างไร หรือได้คาดการณ์ไว้หรือเปล่าว่ามันจะสุมไฟให้ใจฉันแห้ง
หายตากซากอย่างนี้ก็สุดจะคะเน
แต่มันไม่สำคัญอีกแล้วในห้วงขณะที่ฉันตระหนักได้ทุกอณูของร่างกายว่า ไอ้ห่า! มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นแล้ว!
ฉันทำกรรมใดไว้ให้ต้องเจอเรื่องร้ายกระชากวิญญาญเช่นนี้หนอ ใช่ว่าฉันไม่รู้ว่าฉันเองที่ผิดพลาด แต่ความ
ผิดพลาดของฉันมันร้ายแรงพอหรือ ที่จะพรากความภาคภูมิของฉันลงทั้งหมดเช่นนี้ ,ร้ายกว่านั้น, มันพอหรือ
ที่จะแลกกับอนาคตทั้งหมดของคนๆหนึ่ง,ซึ่งยิ่งร้ายซ้ำเมื่อฉันรักเธอยิ่ง, ทั้งหมดที่เคยยาวไกลเบื้องหน้าราวกับ
พรมปูรองบาทราชานั้นจะขาดวิ่นสิ้นลงเพราะความเขลาของฉันหรือ!? เรื่องนี้ฉันก็สุดฉันจะหยั่งรู้ได้อีก
แต่เช่นกัน มันไม่สำคัญอะไรเท่าที่ฉันควรจะรู้ว่าฉันควรจะทำห่าเหวอะไรในวินาทีเช่นนี้ ฉันคิด ฉันรวบรวม
สัมปชัญญะทั้งปวงเท่าที่จะคิดได้ในสากลภพที่ฉันดำรงตนจับต้องได้อยู่ ฉันตั้งใจให้เย็นนิ่ง ฉันผ่อนใจให้คลาย
พะวง ฉันพยายามแทบจะกัดลิ้นดิ้นตายให้ใจสงบลง..
ไอ้ฉิบหาย! สงบห่าแดกหัวมึงสิ! ฉันรู้ ฉันรู้ตัวว่าฉันอ่อนแอเหลือเกิน ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรแทบไม่ได้ทั้งนั้นกับ
ปัญหาบางประการที่ไม่มีใครแก้ไขได้ และ ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ทั้งนั้นว่าควรทำสิ่งใด ฉันไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นใน
อนาคต ฉันไม่รู้แม้แต้ว่าฉันร้องไห้หรือเปล่า หรือใจฉันสิ้นวาระจะรับรู้ไปเสียหมดแล้ว
ความไ่ม่รู้นั้นน่ากลัวยิ่ง ยิ่งกว่าผีห่า พญายมใดๆ เท่าที่ผัสสะฉันประมวลเป็นวัตถุได้ มันน่ากลัวขนาดสั่นคลอน
ฉันให้ตกใจสิ้นสติถึงขั้นนั้นได้เพราะเมื่อเราไม่รู้แล้ว เราจะเอาการใดมาป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นมาได้กัน ต่อให้
ฉันเป็นกุนซือเก่งกล้ามองเห็นลมพัด น้ำไหล หยั่งรู้ได้ทั้งฟ้าดิน ก็คงไม่อาจรับมือกับความว่างเปล่า เวิ้งว้าง
ของจักรวาลทั้งปวงได้เลย
ไร้ความรู้ ซ้ำยังไร้ประสบการณ์ความทุกข์หนักอย่างสาหัสที่ไร้ทางแก้ไขใดๆได้ ฉันเป็นเพียงคนเยาว์โง่เขลา
ไม่ประสาสิ่งใด จะรับมือได้อย่างไร
สิ่งที่ฉันทำมีเพียง หวาดกลัว หวาดกลัว และ หวาดกลัวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
(3)
จนตอนนี้ แม้จะเบาบางลงแต่ความว้าวุ่นยังหมุนวนอยู่รอบหัวฉันเหมือนควันบุหรี่ที่ฉันไม่ได้สูบ
ควันดำเมี่ยม เหม็นฉุนเข้มแสบจมูก, ฉันจะกำจัดมันออกไปอย่างไร
ลมเหนือ ลมใต้ ลมบก ลมทะเล ลมใดจะพัดควันแห่งหวาดกลัวเหล่านี้ไป
ฉันจะกลืนกิน กลืนกิน
มวลลมทั้งหลายที่จะพัดคืนจิตใจสลายร้าวของฉัน
แล้วเป่ามันออกมาให้หมด
พร้อมกับควันโศกาทั้งหมด
ให้สลายไปจากวิญญาญของฉัน
วิญญาญอันอาจไม่อาจพิสุทธิ์ได้ดังเดิมอีก
2.16