ผมชื่อ ซอร์ด.... ซอร์ด วาย เทอร์เรส....
....อย่างน้อยคนอื่นก็เรียกผมอย่างนั้น....
สถานะ ของผมตอนนี้ เท่ากับ ส่วนเกินของสังคม ที่แม้แต่พ่อแม่ของตัวเองยังไม่ต้องการ....
..... ตั้งแต่จำความได้ผม ก็อยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แห่งนี้แล้ว....
ส่วนนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายกว่าเด็กกำพร้าคนอื่นๆ....
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ผมอยู่นั้น อยู่ท่ามกลาง ความสับสนอลหม่าน และ สกปรกโสมม แห่งเมืองใหญ่.....

ที่ ซาโลเรียน เมืองหลวง แห่งราชอาณาจักร กีซาร์

แน่นอนว่า เมืองหลวง ย่อมจะเป็น ส่วนที่พัฒนามากที่สุดของประเทศพวกบ้านนอกทั้งหลายจึงดั้นด้น เข้ามาในเมืองใหญ่ ทั้งๆที่ วุฒิการศึกษา นั้นอย่างมากก็แค่ ม.6 เท่านั้น
คนกลุ่มนี้แหละ ที่เป็นต้นกำเนิด ของ ปัญหาสังคม อย่างผม
ทั้งๆที่ไม่มีปัญญาเลี้ยงแต่กลับมีความสุขในกามรมณ์จนลืมคิดถึงผลพวงที่จะตามมา....

เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว หากนำไปทิ้ง ถังขยะ ปล่อยให้ โดน หมา แมว จรจัด คาบไปเป็นมื้อเย็น ถ้าถูกจับได้ พ่อ แม่ ก็ซวยอีก
ดังนั้น สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจึงเป็นเหมือนที่ทิ้งขยะ ได้โดยไร้ความผิดไปโดยปริยาย....

พูดถึงเรื่องนี้ แล้วคงต้องพูดถึงผู้ดูแล ขยะ เหล่านี้

ถ้าพูดกันตามประสามนุษย์ ยังไม่บรรลุ พระ ธรรมทั่วไปคงบอกว่า
ใครมันจะบ้า มาดูแล ไอ้เด็ก เดนพวกนี้

แต่ ก็มี พวกบ้า อยู่หลายคน มาดูแลพวกผม ผู้ ที่ ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหล่านี้ เรียกว่า คุณพ่อ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม.....

เรื่องราว ของผม เริ่มขึ้นจากที่นี่. เมื่อ 3ปี ก่อน....
เริ่มจากจดหมาย ที่ คุณพ่อ ส่งให้ในวันนั้น.....
เริ่มจาก เอลวิน......
เริ่มจาก วัน 15ปี อัจฉริยะ.......
20 เมษายน 2010

ผมยังคงนอนฟุบอยู่บนเตียงตัวเก่า แม้จะเป็นเวลา 8.00น. แล้วก็ตาม
จะตื่นไปทำไมในเมื่อไม่มีใครต้องการ....
จมดิ่งอยู่ในอยู่ความมืดใต้เปลือกตาแบบนี้ตลอดไปดีกว่า....
ถึงแม้ผมจะคิดแบบนั้น แต่ก็ยังมี เจ้าบ้า คนหนึ่ง ฉุดผมขึ้นมา จาก ก้นบึ้งนั้น....

เจ้านี่~!!! 8 โมง แล้วเฟ้ย ~! ลุกได้แล้ว ซอร์ด~~~!!!

เขา ชื่อ เอลวิน ครับ.......

เอลวินอายุมากกว่าผม3ปี ผมจำวันแรกที่เค้าก้าวเข้ามายังที่นี่ได้ดี....


ผมเอลวินครับ~ฝากตัวด้วยนะ~
เด็กชาย อายุ15 ปีคนหนึ่ง โผล่หน้าเข้ามาในห้องขณะที่เรากำลัง เรียน อยู่
ใบหน้านั้น เปื้อนเปรอะไปด้วยรอยยิ้ม.....

ถึงแม้จะใช้วิธีนั้น ก็ใช่ว่าจะสามารถหาเพื่อนที่นี่ได้ ผมคิดอยู่ในใจ และชำเลืองหางตามองไปทางเขา
ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ไม่ทราบ เขาหันมามองทางผมและยิ้มให้ เต็มที่
ผลไม่ได้สนใจรอยยิ้มนั้นมากนัก เพราะมีสิ่งน่าสนใจกว่า อยู่บนหัวของเขา.....

จากนั้นมาผม จึง ลองเข้าไปคุยกับ เอลวิน ปรากฏ ว่า จากเด็กทั้งหมด มีพียงเรา2คนเท่านั้น ที่พูดคุยเรื่องเดียวกัน สนใจเรื่องเดียวกัน และทำในสิ่งเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้น ล้วน ไม่เป็นที่สนใจ ของเด็กอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

ผมรู้ดีว่ามันเป็นเพราะ อะไร......

................................+++

นี่ๆ รู้มั้ย ไม่โครชิพ รุ่นที่ 2น่ะจะเริ่มใช้เร็วๆนี้แล้วนะ ได้ยินว่า ประสิทธิภาพ สูงกว่ารุ่น พวกเราเยอะเลย
ตายง่ายขึ้นน่ะสิ

ผมตอบเอลิวนไปอย่างเรียบๆอย่างเคย พลาง ส่งไข่ดาวเข้าปาก ไมโครชิพที่ว่านั้น ถูกฝัง อยู่ในสมอง ของประชากรทุกคนเพื่อให้รู้ว่า ใครอยู่ที่ไหน ตลอดเวลา ระบบนี้ เพิ่งเริ่มใช้หลังจากการเปลี่ยนรัฐบาล เมื่อปีกลาย และผม เอลวิน และ พลเมืองอีกกว่า 48 ล้านคน ในมืองหลวง ก็เป็น หนูทดลอง รุ่นแรก.....

เอลวิน ย้ายมาที่นี่ เป็นเวลาประมาณ 5เดือนแล้ว บ้านของเขา ถูกไฟไหม้ จนครอบครัวตายหมด แต่ เอลวิน ก็ดูไม่เศร้าโศกเสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว.....

ผมเป็นคนกินข้าวไวมากเพราะรู้สึกว่าหากช้าก็จะเสียเปรียบ ตรงข้ามกับเอวิน ซึ่งค่อยๆกินอาหาร อย่างสบายๆ อยู่ทุกมื้อ

ถ้าเคี้ยวไม่ละเอียด กระเพาะ จะทำงานหนักแล้วก็เป็นโรคกระเพาะนะ

เขามักจะพูดกับผมแบบนี้เสมอๆ ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น จะบอกว่าดีก็ไม่ใช่ ผมว่ามันน่ารำคาญเสียมากกว่า....

วันนี้ก็เช่นเคย เหมือนทุกวัน....

ชั้นเตือนนายแล้วนะ โรคกระเพาะ น่ะ น่ากลัว~

ให้ตาย เอลวิน กินๆมันเข้าไปเถอะ อย่าพูดมาก ชั้นรอนายมาชาติ นึงได้แล้ว

ที่ๆพวกเรากินข้าวนั้น ถ้าจะให้พูด มันก็ไม่ใช่โรงอาหาร มันเป็นลาน ซีเมนต์ ทรงกลม ที่มี โต๊ะ ยาวเรียงกันเป็นแถว พูดรวมๆแล้วเรียกว่า ลาน อาหารจะดีที่สุด

พื้นที่ด้านหน้านั้น เป็นสนาม หญ้า ถึงแม้จะไม่กว้างมากแต่เด็กๆ ที่นี่ ทุกคน ก็ต้องจำใจเล่นกันตรงนี้.....
สายตาของผม เปลี่ยนเป้าหมายจากจานอาหาร ของเอลวิน เป็น กลุ่มเด็กอายุ ประมาณ 8-9 ปี 6 คน บนสนามหญ้า ผมรู้สึกคุ้นหน้า เด็กพวกนี้อยู่นิดหน่อย แต่ ก็นึก ชื่อไม่ออก เพราะไม่เคยมีใคร เข้ามาพูดกับ ผมตลอด 10กว่าปีนี้

109 122 118

ยังเห็นอยู่อีกเหรอ

เอลวิน ถามผมทันที ที่ผมพูดตัวเลขเหล่านั้น ออกมา

....อือ.....

ตอนนี้ เอลวิน ทาน ไข่เจียว ในจานหมดแล้ว เมื่อเข้าได้ยินคำตอบจากผม เขาก็ลุก ขึ้น และ เดินไปยัง ครัวเพื่อนำจานไปเก็บ

ผมนั่งรอเอลวิน อยู่ตรงนั้น สายตายังคง จ้อง มองเด็กๆเหล่านั้น วิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน และนึกอิจฉา อยู่ในใจ.....

ทำไม คนอื่นๆ ถึงมีสิ่งที่เราอยากมีแต่ไม่มีเยอะไปหมดนะ.....

ทำไม พวกนั้น ถึง มีความสุขนักนะ.....

แล้วทำไมเราถึงมีสิ่งที่ คนอื่นไม่อยากมีอยู่คนเดียวล่ะเนี่ย.....

พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมก็รู้สึกขำตัวเองขึ้นมา....

สิ่งที่เรียกว่า พระเจ้า นี่มักง่ายดีจัง.....

สร้างโลกและมนุษย์ขึ้นมา แล้วก็ทิ้งไว้ตามมีตามเกิดอย่างนั้น ใคร เข่นฆ่าคนอื่นและเหยียบย่ำศพ พวกนั้นขึ้นไปได้มากที่สุด คือผู้ชนะ.....

ถ้าคนที่ น่าจะ อยู่รอด คือผู้ชนะ ผมก็เป็นผู้แพ้ตั้งแต่เริ่มแล้ว.....

เพราะมันมีวันนั้น......


.....วัน 15 ปี อัจฉริยะ......


ท่านผู้อ่านบางท่านคงคิดว่าชื่อมันเท่ห์ ดีคงเป็น วันส่งเสริมการเรียนการสอน ของนักเรียน อายุ15 อะไรประมาณนั้น......

แต่ผิดถนัด......

มันเป็นวัน ฆ่า คนดีๆนี่เอง.....

วันที่ 5 พฤษถาคม ของทุกปี ทางรัฐจะส่งทหารมา ยังทุกๆบ้านที่มีเด็ก อายุ15ปีอยู่และรับตัวไป ยัง สถานที่ ที่กุมความลับทั้งมวลของประเทศ

สภาสูง.....ใช่ ที่ ที่นักการเมือง รวม ถึงนายยกรัฐมนตรีไปทำงานกันนั่นแหละ.....

แน่นอน ว่าเราไม่ได้ไป ทัศนศึกษา ดูการทำงานของ คณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด แม้แต่หน้า ของคนผู้ปกครองประเทศกลุ่มนี้ ยังไม่เคยมีใครเห็นด้วยซ้ำ.....

จุดประสงค์ เดียว คือ ฆ่า เด็กที่มี Intelligence Quotient (IQ) เกิน 150 ขึ้นไป .....

การกระทำอันโหดร้ายทารุณ แบบนี้ ไม่มีประชาชนหน้าไหนเห็นด้วยแน่นอน แต่ เพราะ ในหัวของทุกคนมีไมโครชิพ ที่จับการทำงานของคลื่นสมอง คอยบอกพิกัดของตัวเองอยู่ หากต่อต้าน ก็ ต้องมีชะตาเช่น เดียวกับ เด็ก ที่ ฉลาด เกินควรเหล่านั้น.....

ตอนนี้ มีน้อยคนที่ รู้ ว่าการนำเด็กเข้าตู้ วัด ระดับสถิติ ปัญญา และใช้ เลอเซอร์ เป่า หายไปสายลมนี้มีจุดประสงค์ เพื่ออะไรกันแน่.....
ทำไมผมถึงแน่ใจ ว่า ต้องตายในวัน 15 ปีอัจฉริยะ ทั้งๆที่ไม่เคยวัด IQ มาก่อน คงถามกันแบบนี้สินะ

อาจจะ ดูเหมือน พวกนิยาย แฟนตาซีไร้สาระ แต่ผมมีสิ่งหนี่ง ที่คนทั่วไปไม่มีและ ผมก็ไม่อยากมีด้วย......


ดวงตายมฑูต......

หากหลับตาขวาลง ตาซ้ายของผมจะเห็นตัวเลข สีเขียว ลอยอยู่บนหัวของทุกคน .....

มันติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด และ ผมก็เพิ่ง มารู้ไม่นานนี่เองว่าตัวเลข นั้นคือ ระดับ IQ ของแต่ละคน

ฟังดูไร้เหตุผล ไม่มีอะไรสามมารถ พิสูจน์ แน่ว่า นั่นคือระดับ IQ และผมเห็นมันได้ยังไง ....

แต่ผมแน่ใจ.....

มีรุ่นพี่บางคนที่ผมเคยเจอ บนหัวเขามี เลข เกิน 150....

เขา ไม่ได้ ถูกพาไปหาที่อยู่ใหม่ หรือ ฝึกอาชีพ เหมือนคนอื่น......

เขาไม่ได้กลับมาที่นี่เหมือนบางคน.....

เขาหายไปพร้อมกับ IQ 194 นั้น

เอลวิน.......


เฮ้ย ~ซอร์ด เป็น โลลิค่อน รึไง ฟะ นั่งจ้องเด็กอยู่ได้
เอลวิน ตบหลังผมเบาๆ ทำให้ผม หลุดออกมาจากห้วงความคิดของตัวเอง เขาคว้าข้อมือผมไว้ดึงตัว ให้ลุกขึ้น ไม่กี่วันก่อนนี่ เองที่ผม พูดกับเขาเรื่องนี้.....

ผมไม่ได้บอกว่าเขา IQ เท่าไหร่ และ เขาเองก็ไม่ได้ถาม.....
ผมไม่แน่ว่า ที่เขาไม่ถาม เป็นเพราะ เขากลัว ความตาย หรือ ปลงกับมันได้แล้ว กันแน่.....

ที่ผมรู้......

อีกเพียง 840 ชั่วโมง เอลวิน เป็นคน นึงที่ต้องไปยังตึก รัฐสภา.....

....ผมคงอยู่กับเอลวินมากไปจนติดนิสัยไม่ชอบบอก ระยะเวลา เป็น วัน แล้วกระมัง.....

ฮะ ฮะ ~ นายนี่ เลิกทำหน้า นิ่วคิ้ว ขมวดแบบนั้น ซะทีได้มั้ย เห็นแล้วอยากไปห้องน้ำชะมัด

หน้าชั้นมันก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิด นายเลิกหัวเราะ ซะทีได้มั้ยอาย ชาวบ้านเค้า

นายนี่ เอาไงแน่ เดี๋ยวก็บอกว่าพวกเราไม่มีใครเห็นหัว แล้วก็มาบอกว่า อายคนอื่นอีก โลเลจริงเลยพ่อคุณ

ผมถอนหายใจกับความ ไม่รู้ ร้อนรู้หนาวของเอลวิน อย่างที่ผมบอกไป เขาไม่มีความเสียใจกับเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่คร่า ชีวิต ครอบครัวของเขา เลย ดีไม่ ดี จะร่าเริง กว่าเด็ก ที่ไฟไม่ได้ไหม้บ้านอีก

ชีวิตใน สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผ่านไป อีกวันหนึ่ง มันเคยมีความหมายกับผมเลย จนกระทั่ง เอลวินก้าวเข้ามา นั่น ทำให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อย


อีก 816 ชั่วโมง

ปฎิทิน ที่ห้องของเอลวินไม่ได้ เป็น วันที่ 1-2-3 อย่างคนอื่น แต่เป็น เลข 24.3 แทน นั่นสร้างความสับสนให้ผมเล็กน้อยหลังจากเห็นครั้งแรก แต่ผมก็ไม่ถามอะไรเขา เพราะสังหรณ์ ว่าต้องร่ายยาวแน่
นี่~รู้มั้ย ทำไมชั้นใช้ปฎิทินแบบนี้

นั่น ไงล่ะ ถึงผมไม่ถาม เขาก็บ่นให้ผมฟัง อยู่ดี

นาย นับได้แต่เลข 24 ขึ้นไปมั้ง เลข 1-23 นับไม่ได้ เลยต้องใช้แบบนี้

.........

.........

เอลวิน เงียบไปพักใหญ่ ผม มองดูเขาอยู่ตรงนั้น โดยไม่ได้ขยับไปไหน นัยน์ตาของเขา เหม่อลอยไปไกล ทั้งๆ ห้องนั้น มีพื้นที่เพียงเล็กน้อย.....


ชั้น...เกลียด วันพรุ่งนี้ .......

เกลียด ที่จะต้องเริ่มต้นวันใหม่ โดยทิ้งวันนี้ ไว้ข้างหลัง.....

ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ มันเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของชั้นจริงๆนะ.......

ดังนั้น........ชั้นจึง......ไม่กล้า จะเดินออกไป หาวันพรุ่งนี้ มันอาจจะ โหดร้าย และ ทรมาน กว่าวันนี้ หลายเท่าตัวก็ได้

ชั้น อยากที่จะอยู่ แบบนี้ ใช้ชีวิต แบบนี้ ไปเรื่อยๆ ไม่เดินหน้า ไม่ถอยหลัง......


......อยู่ที่นี่.......



นัยน์ตา สีฟ้าเข้มของผม จ้อง เอลวิน อยู่อย่างนั้น คำพูดเหล่านั้น หลั่งไหล ออกมาจากก้นบึ้ง ผ่านปาก ของเขา ความจริงแล้ว ผมแปลกใจเล็กน้อยที่ เขา พูดแบบนี้ เพราะปกติเขาเป็นคนไม่ยึดติด สบายๆ ปกติคนแบบนี้ ควรจะอยากก้าวไปข้างหน้ามากกว่า......

น่าแปลกเนอะ ที่ชั้น พูดแบบนี้ ความจริง คนที่พูดน่าจะ เป็นนายมากกว่า.....



เย็นนี้ รอยยิ้มของเอลวิน ดู ทรมาน และ ขื่นขม กว่าทุกครั้ง ผมไม่แน่ใจว่า เขากังวล เรื่อง วัน 15ปีอัจฉริยะ หรือ ข้าวเย็นวันนั้นกันแน่ เขาแทบจะไม่แตะอาหารในจานเลย จนผม ทาน ข้าวผัด และ ใส่ ไอซ์ครีมเป็นของหวาน เสร็จ ไปนานแล้ว

เดี๋ยว ก็เป็น โรคกระเพาะ หรอก

ดูท่าผมจะอยู่กับ เอลวิน มากไปจริงๆ ซะแล้ว......

เขา ไม่พูดอะไร แค่ ยิ้มให้ผม เหมือนเคย......

หลังจากนั้นมา เราก็ไม่ได้ พูดเรื่องดวงตายม ทูต และ วัน15ปีอัจฉริยะ อีก ถึงกระนั้น เอลวิน ก็ยังดู ซึมๆ มาตลอดตั้งแต่วันนั้น



ชีวิต ของพวกเรายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ตามปกติ ปกติเสียจน ผมลืม นับฉีก ปฎิทิน ของเดือน เมษา ออก มา 336 ชั่วโมงแล้ว......

แน่นอน นั่น หมายความความว่า อีกเพียง 24 ชั่วโมง ก็จะถึง วัน15 ปีอัจฉริยะ ครั้งที่2
.......วันที่ เอลวิน ต้อง ออกไปจากที่นี่......

ทั้ง วัน เราไม่ได้ยก เรื่องนี้ขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนาเลย ทั้งผม และ เขา ยังคง ใช้ชีวิตไปตามทาง ของ พวกเรา......


........ทางซึ่ง เอลวิน บอกว่า อยากจะพำนักอยู่ตลอดไป................

.......
......


ต้นฉบับ : http://woratana.exteen.com/20051105/genocide-n-genius-1


edit @ 2007/01/25 19:31:25
edit @ 2007/01/25 20:28:01

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สนุกดีนะ อ่านยากนิดหน่อยแต่ก็สนุกดี

#1 By neoz1412 on 2007-01-22 19:46

สนุกจังเลยครับ เป็นอะไรที่สุดยอดจริงนะ เยี่ยมที่สุดเยย มัน......เยี่ยมยอด
น้ำตาไหลแล้วน๊า.. ดีจังเลยครับ ชอบมากๆเลย ตรงสเปกเป๊ะๆง่ะ

#2 By [u *~ \*Bu*/ ~* [ n on 2007-02-28 19:40

โห มีลูกเล่นนะคะเนี่ย สุดยอดด ~~!!
อ่านไม่(ค่อย)ยากเลยค่ะ บล็อกของคุณพี่สะอาดสะบายตาดี

อ่านง่ายด้วย

ไหนๆควันหลงสงกรานต์ก้อขอสาดอีกสักนิด

หวัดดีปีใหม่ไทยค่า .....

ปิดท้ายด้วยยิงรั่วใส่

ซะใจกี๋ 555+