..กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในห้วงเวลาที่ไม่สามารถ แยก ความเป็น กับ ความตาย หรือ ความฝัน กับ ความจริงออกจากกัน..

..ยังมีเจ้าหญิงพระองค์หนึ่ง ผู้เอาแต่ใจ และ เห็นแก่ตัว..แต่ความงามของเธอนั้นลือเลื่องไปทั่วแคว้น..

วันหนึ่ง พระราชาทรงประกาศหาคู่ครองแด่พระราชธิดา .. เนื่องจากเห็นว่าสังขารของตน ร่วงโรยไปจนยากเหลือเกินที่จะสามารถประครองอาณาประเทศเอาไว้ได้ ..

เจ้าชายจากนานา ประเทศต่างมา ที่อาณาจักรแห่งนี้เพื่อสู่ขอเจ้าหญิงเป็นราชินี .. มีทั้งที่หลงใหลในความงาม ของ องค์หญิง หวังในสมบัติราชวงศ์ และ ต้องการแผ่ขยายพื้นที่ประเทศ..

แน่นอนว่าเจ้าหญิง .. ไม่ต้องการแต่งงาน เนื่องจาก นางเอาแต่ใจ และ เห็นแก่ตัว ..

นางร้องไห้ ทำลายข้าวของ และ กรีดร้อง จนเสียงใสกังวาลของนางแหบแห้งแทบจะไม่สามารถพูดได้..

ในที่สุด .. พระราชาก็ทรงเลือก เจ้าชายผู้เพียบพร้อมทั้งรูปกายและทรัพย์สินองค์หนึ่งเป็นพระสวามีของธิดา .. และเป็นราชาองค์ต่อไปของอาณาจักร ..

.. เหนือสิ่งอื่นใด ..

.. เจ้าชายตกหลุมรักเจ้าหญิงตั้งแต่แรกเห็น ..

.. รักจนไม่สามารถ ถอดถอนใจจากการคิดถึงเจ้าหญิงได้ ..

การแต่งงานบางครั้งก็ไม่ใช่เพื่อความรัก..แต่เป็นการสืบวงศ์อันทรงเกียรติ์ของเราสืบไป โดยไม่เสื่อมเสีย

มีหรือเจ้าหญิง หัวรั้น จะยอมรับการคลุมถุงชน แบบนี้ ..

ก่อนวันพระราชสมรส บ้านเมืองถูกประดับประดาไปด้วยกระดาษ หลากสี พู่ห้อยระย้า เมืองจะหยุดการทำมาหากิน .. หยุดวิถีการดำเนิน .. หยุดการเคลื่อนไหว เพื่อเฉลิมฉลองแด่พิธีสำคัญนี้..

.. ท่ามกลางของตกแต่งมากมาย เสียง ฝีเท้าวิ่งสับอย่างร้อนรนท่ามกลางเมืองอันหลับใหลยามราตรี ..

.. เจ้าหญิงกำลังวิ่ง ..

.. วิ่งไปหาคนที่นางรู้จักเพียงเคยได้ยินคำเล่าลือจากนางสนมในวัง ..

.. ผู้ซึ่งเจ้าหญิงน้อยคิดว่าช่วยเธอได้ เป็น ดั่งตะเกียงดวงน้อยท่ามกลางพายุฝนโหมกระหน่ำ ..

.. พ่อมด .. สีเทา ..

สถานที่ ที่พ่อมดสีเทาอาศัยอยู่นั้น อยู่กลางป่าสนซึ่งเต็มไปด้วยไม้เปลือกแข็งต้น สูง ใหญ่ ด้วยกาลเวลาเพาะบ่มมานานปี ..

ยากเหลือเกินที่จะกลับออกมาจาก หลังคาสีเขียวชอุ่มซึ่งบดบัง สายฝน แสงแดด ละอองดาว หรือ รัศมีนวลแห่งดวงจันทร์..

.. พ่อมดกำลังร่ายมนตร์ เมื่อเจ้าหญิงไปถึง ..

.. ภายใต้เสื้อคลุมสีเทาทึม จนเกือบจะกลืนกินไปกับเงาสลัวในโพรง มโหฬาร ซึ่งถูกเจาะไว้บนต้นโอ็คใหญ่ ..

.. นางเล่าเรื่องอย่างร้อนรน ด้วยเวลาตอนนั้น ใกล้เช้าเต็มที ..

.. แต่พ่อมดก็ยังร่ายมนตร์ต่อไป เสียงทุ้มต่ำขับขานภาษาโบราณซึ่งสัมผัสเชื่อม ลงท่วงทำนอง และ ไพเราะก้องอยู่ในส่วนลึกของจิตใจอย่างประหลาด ..

.. นั่นทำให้เจ้าหญิงไม่พอใจ .. นางชอบให้คนสนใจนาง .. ไม่ใชละเลยแบบนี้ ..

.. ด้วยความโกรธเจ้าหญิงน้อยผู้เอาแต่ใจโถมตัวเข้าหาพ่อมดสีเทา ..

และเริ่มทำลายพิธีของพ่อมด ทั้ง ขนนกสีทองอันใหญ่ โต๊ะพิธีตัวเล็ก หม้อยาบรรจุของเหลวสีชมพูบนโต๊ะ และ ผลึกแก้วใสทรงหัวใจซึ่งบรรจุ ของเหลวแบบเดียวกับในหม้อ ..

หล่อนคว้าสิ่งสุดท้ายขึ้นมาแล้วเหวี่ยงใส่ผนังไม้ เศษแก้วกระจายไปทั่ว ของเหลวภายใน กระจายไปทั่วห้อง ..

.. พ่อมดโกรธมาก .. ก่อนที่เขา หรือ นางจะรู้ตัว มนตร์ใหม่ก็ถูกร่ายจากปาก ..

อีก1ปี .. ขอให้เจ้า .. ต้องคิดใหม่

10ปีผ่าน .. เลยไป .. จงสิ้นหวัง

แม้100ปี .. ผ่านไป .. ไร้พลัง

ชั่วกัปกัล .. จงร้างราน .. ให้วอดวาย

ความรักของเจ้า จงไม่อาจสมหวังไปชั่วกัลป์!!

สิ้นคำ .. ก็เกิดแสง ประหลาดซึ่งไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทของมนุษย์ว่าเป็นสีอะไร .. อุ่นหรือเย็น .. สบาย หรือทรมาณ ..

มนตร์นั้นร้ายแรง และ ถูกห้ามใช้มาหลายชั่วอายุคน ..

เมื่อแสงนั้นจางลง บางสิ่งก็พร่างพรูลงมาจากหลังคาราวกับฝนฟดูร้อน ..

.. ของเหลวสีชมพูเมื่อครู่นั่นเอง กลุ่มน้ำขังบนพื้นและรอบเปื้อนบนผนังระเหยขึ้นไปอย่างรวดเร็วและตกลงมาเป็นสีชมพูสดใส โชลมกายทั้งคู่จนเปียกปอน ..

.. บางสิ่งเกิดขึ้น กับ เจ้าหญิงและพ่อมดสีเทา ..

สายตาทั้งสองบรรจบกัน .. อย่างเข้าอกเข้าใจ ..

เจ้าหญิงผูเอาแต่ใจ และ ไม่เคยรักใคร ..

พ่อมดผู้ปิดใจหลีกหนีมาอยู่ในป่าทึบ ..

.. ความรักก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ..

.. ด้วยฤทธิ์ของยาเสน่ห์ซึ่งพ่อมดกำลังปรุงอยู่ ขณะที่เจ้าหญิงเข้ามา ..

ในที่สุดวันใหม่ก็มาถึง .. เมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นทำหน้าที่ และ ดวงจันทร์ลอยต่ำลงพักผ่อนบนปลายขอบฟ้า

.. เจ้าหญิง อยู่ในห้อง .. ท่ามกลางนางสนม ทั้งหลาย ซึ่งกำลังกระวีกระวาดเตรียมชุดอภิเสก และของจำเป็นต่างๆ..

.. ถึงแม้จะวุ่นวาย แต่ พวกนางก็รู้สึกสบายใจเป็นพิเศษในวันนี้ ..

.. เพราะรอยยิ้มของเจ้าหญิง อิ่มละมุนละไม กว่าวันไหน ..

.. รอยยิ้ม .. ของผู้ถูกจองจำแห่งห้วงรัก ..

เสียงแตรทองเหลืองและกลอง ถูกบรรเลงมาตามทางเท้า ..

ประชาชนยืนรอการเสด็จแน่นขนัดทั้ง2ข้างทาง ..

.. เจ้าชายผู้จะเป็นราชาในอนาคต ค่อยๆย่างลงมาจากบันไดหินอ่อนปูพรมแดง เข้าสู่ราชพิธี ..

.. ใบหน้าคมคายยิ้มกระหยิ่มอยู่ในใจ .. รอคอยการมาของเจ้าหญิงอย่างเยือกเย็น ..

.. พระราชารอคอย ..

.. ประชาชนรอคอย ..

.. ทุกคนเงียบสงัด ..

.. ชั่ววินาทีนั้นเจ้าชายใจหายวาบ .. คิดแน่แล้วว่าเจ้าหญิงคงไม่ออกมาแน่ .. เธอไปแล้ว ..

แต่ ..

เจ้าหญิงเสด็จแล้ว!

นางก้าวลงมาในชุดสีชมพูระเรื่อเฉกเช่นบนแก้มทั้งสอง ..

แล้วพิธีก็เริ่มขึ้น ..

.. นักบวชเอ่ยคำ .. ดนตรีบรรเลง .. ประชาชนกู่ร้องยินดี .. ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ..

จนกระทั่ง ..

เจ้าจะยอมรับชายผู้นี้เป็นสามีหรือไม่

ก่อนที่เจ้าหญิงจะพูดอะไร .. แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ..

.. แม้จะเป็นกลางวันทุกคนก็เห็นแสงนั้นได้ชัดเจนจนต้องยกแขนขึ้นบัง ..

พ่อมดสีเทาปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงสว่าง พร้อมกับโอบเจ้าหญิงไว้ในอ้อมแขน ..

ไม่

นางตอบเต็มปากเต็มคำ

แล้วพ่อมดก็ยกมือขึ้น ..

.. ทั้งคู่หายไป ..

.. ท่ามกลางความสับสนของชาวเมือง ..

จากนั้นเพียงไม่กี่วันเจ้าชาย และราชาก็ตามมาชิงเจ้าหญิงคืนด้วยความแค้นเคือง..

..พ่อมดจึงสร้างหอคอยขึ้น จาก อิฐสีเทาหมองน้ำหนักรวมกันเท่าแผ่นดิน กระเบื้องสีดำมะเกลือ หนารวมกันเท่า แผ่นฟ้า แต่ละ ชั้นกล้างเท่ากับคาบสมุคร บันไดทั้งหมดเท่ากับ อณูอากาศ และ ฝุ่นผงบนโลก .. และเสกให้ เจ้าหญิงมีความสุขมากเท่า คนที่มีความสุขที่สุดรวมกัน 100 คน ..

.. หอคอย .. อันสูงกว่าฟ้า ..

.. แล้วพ่อมดสีเทาก็ลงมาประจันหน้ากับกองทัพนับหมื่นนับแสนเบื้องล่าง ..

โดยไม่ลืมที่จะกระซิบข้างหูองค์หญิงเบาๆ ..

..ไม่ต้องห่วง..ข้าจะกลับมา..

..เจ้ารอข้า..เพียงครู่เดียวเท่านั้น..

.. ด้วยความที่พ่อมดทุ่มแรงทั้งหมดในการสร้างหอคอยสูงกว่าฟ้านั้น ..

.. พ่อมด ..

.. จึงถูกฆ่าอย่างง่ายดาย ..

โดยทิ้งสัญญาที่ว่า .. จะกลับไป .. อยู่เบื้องหลัง ..

.. เจ้าชายยกทัพขึ้นไปบนหอคอย ..

วันแล้ววันเล่าคืนแล้วคืนเล่า ..

.. เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเจ้าชายก็พบว่า กองทัพของตน .. ไม่อดตายก็เหนื่อยตายกันไปกว่าครึ่ง ..

.. เขามาไกลเกินกว่าจะกลับลงไปหาเสบียง และ พักผ่อนแล้ว ..

.. นอกจากห้องของเจ้าหญิงซึ่งอยู่บนสุดแล้ว ทุกห้องเบื้องล่างล้วนมีเพียงความว่างเปล่า อันกล้างเท่าคาบสมุทร ..

.. เจ้าชายเริ่มท้อเสียแล้ว ..

.. ไม่สามารถกลับไปได้ ..

.. ไม่สามารถขึ้นไปถึง ..

.. แต่ด้วยความรักที่มีให้เจ้าหญิง ..

.. เจ้าชายบากบั่นย่างเท้าขึ้นบันไดไป .. ขั้นแล้วขั้นเล่า ..

.. ชั้นแล้วชั้นเล่า ..

.. จนในที่สุดกองทัพ อันเกรียงไกรก็ล้มตายกันเกลื่อนกลาดบนบันไดนั้นเอง ..

.. แม้กระนั้น ..

.. เจ้าชายก็ยังคงเดินต่อไป ..

.. เพียงเพื่อไปให้ถึงเจ้าหญิง ..

.. ขั้นแล้วขั้นเล่า ..

.. ชั้นแล้วชั้นเล่า ..

.. ขั้นแล้วขั้นเล่า ..

.. ชั้นแล้วชั้นเล่า ..

.. จนในที่สุด .. ประตูก็อยู่เบื้องหน้า ..

..ใช่แล้ว .. เจ้าหญิงอยู่หลังประตูนั้น .. อีกเพียงไม่กี่ก้าว .. ทหารผู้ล้มตายก็จะไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว ..

.. และในก้าวที่น้อยกว่าอณูอากาศและฝุ่นผงอยู่ 1 ..

.. เจ้าชาย..

.. ก็สิ้นใจลง ..

.. ศพซูบผอมซีดเซียวนั้น ราวกับตายมานานแล้ว ..

.. เพียงก้าวสุดท้าย ..

.. ที่ไม่อาจไปถึง ..

.. น้ำตาเม็ดน้อยก็หลั่งออกมาจากร่างไร้ชีวิต ..

.. ศพแห่งความรัก และ ความหวัง ..

.. อันไม่อาจเป็นจริง ..

.. บนยอดหอคอยสูงกว่าฟ้า ..

.. เจ้าหญิงยังคงรอคอย ..

.. เมื่อไม่นานมานี้นางได้ยินเสียงก้าวเดิน อยู่ภายนอก ..

.. ด้วยความดีใจนาง เตรียมของกิน และ สิ่งตกแต่งมากมายเพื่อต้อนรับการกลับมาของพ่อมดสีเทา ..

.. เธอนับก้าวอย่างรอคอย ..

.. แต่แล้วมันก็หยุดลง .. ก่อนจะถึงห้อง ..

..ถึงกระนั้น เจ้าหญิงก็เลือกที่จะทิ้งความสงสัยและรอคอย ..

.. ด้วยความรักที่เธอมีให้พ่อมด ..

.. คืนแล้ว คืนเล่า ..

.. วันแล้ววันเล่า ..

.. เดือนแล้ว เดือนเล่า ..

.. ปีแล้ว ปีเล่า ..

.. นานจนไม่สามารถนับหน่วยเวลา ..

.. เจ้าหญิงยังคงรอคอย ..

.. เธออยู่ได้ด้วยมนตร์ ของพ่อมด .. เขาเสกให้เธอไม่มีวันตาย ..

.. บางครั้งเธอก็ร้องไห้ ..

.. แต่ก็กลับสดใสได้ด้วยความหวัง ..

..ความหวังที่ว่าพ่อมดสีเทาจะกลับมา ..

.. เธอรอคอย ..

.. จนถึงจุดดับของกาลเวลา ..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถึง คุณLunatic
สวัสดีครับ ขออนุญาตมาตอบคำถามที่ถามไว้ในบล็อคของผมนะครับ

เพลงในเอนทรี่ที่แล้ว เป็นเพลงของ คุณชรัส เฟื่องอารมย์ ครับ แต่เพลงในเอนทรี่นี้ เป็นของพี่ชายครับ คือ คุณ ชลิต เฟื่องอารมย์ ครับ

#1 By Old Mustang on 2007-07-13 23:07

สวัสดียามราตรี แม้เราจะมิได้พบหน้ากันเป็นชาติ(รึเปล่า) อยากถามนะเนี่ยว่าเขียนเองรึไม่
คงเขียนเองสินะ(รึเปล่า)
อ่า คงพูดอะไรได้ไม่มาก่ง เพราะไม่เก่งเรื่องนี้จริงๆ
เหอๆ
แต่ก็พอบอกได้ว่า มันยังดูแหม่งๆนิดๆ
แต่ความหมายของเรื่องนั้นดี
อาจจะตีความคนละทางกับคุณ
แต่ เอ่อ..เอาเป็นว่าพยายามต่อไปนะ
ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ความขยัน(ที่ตัวพี่นางไม่มี)เป็นหนทางสู่ความก้าวหน้าในชีวิต
ง่า...ปรัชญาไปมั้ยเนี่ย
สุดท้ายละสุดท้าย...ถ้าจะแต่งกลอยเรื่องนี้นะ
ไม่อยากบอกว่ามันยากเหลือหลายจริงๆ=_=
แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ตั้งใจจะทำ ยังไงก็ต้องได้
พยายามเข้านะจ๊ะ
ราตรีสวัสดิ์

#2 By พระพี่นาง(I love tvxq) (203.113.45.5) on 2007-10-23 20:25

แต่งนิทานได้เยี่ยมไปเลย
สุดยอด

#3 By เหมย (117.47.165.83) on 2007-12-16 12:28

สนุกและเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยขอให้สมหวังดังที่หวังไว้

#4 By กาญ (118.172.67.232) on 2008-09-13 16:22

จะเป็นกำลังใจให้ต่อไปขอให้มีนิทานสนุกๆอีกนะค่ะbig smile question surprised smile

#5 By กาญ (118.172.67.232) on 2008-09-13 16:25