"เมษา~ลงมากินข้าวได้แล้วลูก~~"

 

 

 

มีนา .. ภรรยาของผมป้องปากส่งเสียงตามสายขึ้นไปยังห้องลูกสาวคนโต วัย 16 มือหนึ่งถือจานข้าว อีกมือเช็ดโต๊ะ ..ในขณะที่ผม พยายามรักษาสิ่งของบนโต๊ะให้รอดพ้นจากการ เช็ด ของเธอให้ได้มากที่สุด

 

 

 

"ค่า~~แป๊บเดียวค่ะแม่~~ "

 

 

 

เมษาตะโกนกลับลงมา ก่อนจะหันไปคุยโทรศัพท์ต่อ.. ถ้าวันไหน เมษาเลิกโทรศัพท์แล้วลงมากินข้าวตรงเวลา น้ำคงท่วมกรุงเทพกระมัง..

 

 

 

ไม่ใช่ว่าผมและภรรยาปล่อยปะละเลยหรอกนะ ที่บ้าน วรเมศ มีกฏระเบียบ .. ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ ลูกสาวเรียนได้เกรด 3.86 (ยกเว้นเรื่องภาษา..รู้สึกว่าลูกสาวผมไม่เคยได้เลขอื่นนอกจาก4.00) และ เธอก็คุยโทรศัพท์ไม่เกิน 2 ชั่วโมง .. หลังจากใช้คอมไปแล้ว4ชั่วโมง..

 

 

 

"พี่เค้าคุยกะแฟนน่ะแม่~ "

 

 

 

กันยา ลูกชายคนเล็กเดินมาที่โต๊ะอาหาร ด้วยใบหน้าอมยิ้มที่ได้กัดพี่สาวต่อหน้าแม่

 

 

 

มีนา ส่งสายตาค้อนลูกชายเล็กๆ ก่อนจะหันมาทางผมซึ่งจัดของให้เข้าที่อยู่พักหนึ่ง ด้วยอาการแบบว่า..ไม่คิดจะช่วยกันหน่อยเรอะ

 

 

 

"ขึ้นไปตามลูกหน่อย คุณกุมภา"

 

 

 

"เดี๋ยวแกก็ลงมาเอง คุณก็รู้ว่าลูกไม่ชอบให้ใครไปขัดจังหวะตอนแกอยู่ในห้อง"

 

 

 

ได้ยินดังนั้นคุณภรรยาสุดที่รักจึง หรี่ตาลงทำนอง ลูกพาผู้ชายเข้าห้องก็ไม่มีสิทธิ์กวนงั้นสิ

 

 

 

ผมส่งสายตากลับ..เรา2คน มักสื่อสารกันทางสายตาเสมอ มันทำให้ลูกไม่รู้ว่า คุยเรื่องอะไรกันอยู่.. แม้ผมจะไม่พอใจนักที่ภรรยามองลูกในแง่ลบ .. แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมษา เป็นที่สนใจมาตั้งแต่เด็ก ก็ด้วยพวงแก้ม และริมฝีปากสีชมพู ตาโตเป็นประกาย กับ ผมดำสุขภาพดี.. ไม่ยากเลยที่จะเป็นที่ต้องตาต้องใจของชายหนุ่มวัย พายุบุแคม .. บางทีผมก็อยากให้ลูกสาว สวยน้อยกว่านี้หน่อยเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องไว้หนวดกับฝึกยิงปืน..และผมก็ไม่อยากเป็นกำนันเสียด้วยสิ..

 

 

 

ไอ้ผมก็ไม่อยากให้มีเรื่องจึงลุกขึ้น ก้าวขึ้นบันไดไม้ จนถึงชั้น2 จากสุดบันไดนี้ จะเห็น ประตูห้องสีชมพูของเมษาอยู่ที่ผนังด้านซ้าย ห้องของกันยาอยู่ทางขวา .. และห้องผมกับภรรยาอยู่ตรงกลาง

 

 

 

เสียงหัวเราะคิกคัก ดังลอดซอกประตูสีชมพูนั้นออกมา ใกล้จะหมดโควต้า 2 ชั่วโมงเต็มที

 

 

 

และในขณะที่ผมกำลังจะเดินไปเคาะประตูห้องลูกสาว..

 

 

 

"ปอ คิดถึงเมอยู่รึเปล่า~ "

 

 

 

"ไม่เชื่อหรอก.. เมรักปอมากกว่าอีก~"

 

บทสนทนา ชวนอ้วกยังกะหลุดออกมาจากละครหลังข่าวนี้เป็นเสียงลูกสาวผมแน่~ แต่เจ้าของเสียงอีกฟากสายน่ะสิ.. ตอนนี้ผู้ชายยังเร็วไป สิบหกล้านปีลูกเอ๊ย~

 

 

"พรุ่งนี้ปอกับส้มจะมาทำงานที่บ้าน เม ใช่ป่ะ~ ให้ เม ไปรับมั้ย? "

 

 

..พรุ่งนี้.. พอดิบพอดีจริงเชียว.. ก๊วนที่จะไปไดรฟ์กอล์ฟด้วยกันดัน ซัดปูปลร้า เมื่อวันก่อนซะเต็มคราบ ท้องเสียกันยกแก๊ง ..ดีนะที่ผมธาตุแข็งกว่าชาวบ้านเค้า..

 

 

ผมยืนอึ้งอยู่หน้าห้องลูกสาว..แม้จะมีโอกาศเป็นไปได้ แต่ก็ไม่เคยนึกว่าลูกจะมีแฟนจริงๆ และ ทันทีหลังจากโทรศัพท์ถูกตัด.. ผมก็เคาะประตูห้องเมษา..

 

 

"พ่อเข้าไปได้มั้ย~ "

 

 

 

"อ๋อ~ค่ะ"

 

 

 

เมษาไว้ใจผมมากกว่าภรรยา..อาจเป็นเพราะผมสบายๆและรับเรื่องของลูกได้มากกว่ากระมัง..

 

 

ห้องสีชมพูอ่อนยังอยู่ในสภาพเดิม .. เละ เล็กน้อยถึงปานกลาง หนังสือแบบเรียน และ นิยายกองระเกะระกะบนพื้น.. ดูเหมือนห้องหนุ่มออฟฟิส โสดในคอนโด มากกว่าห้องสาวน้อยน่ารักเสียนี่กระไร..

 

วางใจได้..วันนี้แม่เค้าซื้อกับข้าวจากตลาด..ไม่ได้ทำเองหรอก

 

 

 

"โห่~นึกว่าวันนี้เวรพ่อทำอาหารซะอีก ..ไม่งั้นหนูจะห่อไปกินที่โรงเรียนด้วยเลย "

 

 

 

"ของแม่ก็ห่อไปกินได้นี่..ถ้าที่โรงเรียนมีคนที่แค้นจนอยากฆ่าอยู่ก็ไม่ต้องใช้ยาพิษเลย "

 

 

เราหัวเราะพร้อมกัน ฝีมือทำอาหารของมีนานั้นเป็นที่ยอมรับกันในละแวกบ้านว่า แม้แต่พรีเดเตอร์ก็ยังกระเดือกไม่ลง

 

 

ผมเริ่มเก็บของที่กองอยู่บนพื้น พร้อมๆกับเมษา.. ห้องกรุ่นไปด้วยเงียบอยู่ประมาณ ครึ่งนาที ผมก็ทนเรื่องเมื่อครู่ไม่ไหว

 

 

 

"พรุ่งนี้เพื่อนจะมาทำงานเหรอลูก~"

 

 

 

เมษา สะดุ้งเฮือก วางของในมือลงบนโต๊ะ แล้วเกาหัวแกรกๆ

 

 

"พ่อได้ยินเหรอ? "

 

 

"ก็ตั้งแต่.. ที่ทะเลาะกันว่าใครคิดถึงมากกว่ากันนั่นล่ะมั้ง "

 

เมษา ยิ่งหน้าถอดสี เลียริมฝีปาก2-3ทีก่อนจะตอบคำถาม

 

 

ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มหนาปูด้วยผ้าสีชมพูไร้ลาย ถอนหายใจทีนึง แล้วดำเนินบทสนทนาต่อไป..

 

 

"แล้ว~...ตกลง ปอ นี่เป็น แฟนลูกรึเปล่า~ "

 

 

 

"..ก็...ค่ะ~ "

 

 

 

แกบิดไปบิดมาพร้อมใบหน้าที่ถูกย้อมเป็นสีชมพูพอๆกับผนังห้อง.. แม่เจ้า..วินาทีเมื่อกี๊ผมเกือบหัวใจวายตายคาห้องลูกสาวแน่ะ..ดีนะที่ตั้งสติได้ทัน

 

 

 

"แล้วไม่พามาให้พ่อรู้จักมั่งล่ะ.. นอกสายตาแม่ก็ได้.. "

 

 

 

"ไว้มีโอกาศค่ะ.. แล้วพ่อจะต้องชอบเค้า.."

 

 

 

ลูกสาวหัวเราะคิกคัก อย่างมีความสุข .. ทำไม๊ ทำไมกัน ถึงต้องมีผู้ชายก้าวเข้ามาในชีวิตลูกเร็วขนาดนี้ด้วย..

 

 

"เอ้า~~~~2คนพ่อลูก จะกินข้าวกันมั้ยล่ะน่ะ~~~~~!"

 

 

 

..

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น.. ผมส่งกิฟวอชเชอร์ร้านเสริมสวยให้มีนาแต่เช้า..และก็เป็นดังคาด..เธอแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วก็ เหยียบคันเร่ง ออกจากบ้านไปเพราะกลัวรถติด..

 

 

 

กันยามีเรียนพิเศษตอน9โมงเช้า เท่ากับว่าในบ้าน จะเหลือเพียง เมษา กับเพื่อนอีก2คน แล้วก็แม่บ้านเท่านั้น..เพราะลูกยังไม่รู้ว่าผมไมได้ไปไดรฟ์กอล์ฟ

 

 

 

8นาฬิกา 30 นาที เมษา เดินลงมาข้างล่างและพบน้องชาย ทานข้าวเช้า พร้อมดูทีวี อย่างขะมักขะเม่น ... ในขณะที่ผมจัดของอยู่ในห้องเก็บของเงียบๆ

 

 

 

"พี่เม เพื่อนพี่คนที่ กันย์เจอตอนกลับบ้านวันก่อนอ่ะ.. น่ารักค่อด เป็นครั้งแรกเลยที่พี่เมไปรับแล้วเพื่อนกันไม่ได้มองพี่คนเดียวอ่ะ~ "

 

 

 

"เสียใจ..เค้ามีแฟนแล้ว..อีกอย่าง..ไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบผู้ชายเด็กกว่าหรอก.."

 

 

 

..เป็นอีก1ข้อมูลที่สาวไปถึง นาย ปอ คนนี้.. มีความเป็นไปได้ว่าจะแก่กว่าไม่มากก็น้อย..

 

 

ก่อนที่เมษาจะได้ทัน ตักข้าวต้มซึ่งมีนาเตรียมไว้.. เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นจากโทรศํพท์มือถือ

 

 

"อื้อ~เดี๋ยวเมออกไปเปิดประตูให้ "

 

 

"ความจริงไปทำที่โรงเรียนก็ได้นี่..ไม่เห็นต้องรบกวนเมเลย.. "

 

 

 

"เด็กหญิงหน้าหวานดูท่าทางเรียบร้อย ไม่ค่อยมั่นใจ พูดขณะเดินตาม เมษาเข้ามาในบ้าน.. และ แน่นอน มีเด็กผู้ชายเดินตามเข้ามาอีกคนหนึ่ง.."

 

 

"พี่เม..คนนี้อ่ะ ที่กันย์บอก.. "

 

 

 

กันยากระซิบใส่พี่สาว หางตาเหลือบมองผู้หญิงเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูขัดเขินเล็กๆ

 

 

 

"ก็บอกแล้วไงว่ามีแฟนแล้ว.. จะไปก็รีบไปได้แล้ว "

 

 

 

อ่าน่ะ.. ปีหน้ากันย์ก็ขึ้นม.ปลายแล้ว .. ถ้าเค้าเลิกกะแฟนเมื่อไหร่บอกกันย์ด้วยนะ~

 

 

 

เจ้ากันย์ทำหน้าทะเล้น คว้ากระเป๋า แล้ววิ่งออกประตูไป.. เท่าที่ผมดู..แค่นี้ก็ถือว่าเรียบร้อยสำหรับเด็กชายวัยรุ่นสมัยนี้แล้วล่ะ..

 

 

 

"ปอ กะ ส้ม กินข้าวกันมารึยัง "

 

 

 

"ก็ยังอ่านะ..แต่รายนั้นกินมาแล้ว "

 

 

 

เด็กสาว แตะไหล่เด็กชายที่มาด้วยเบาๆ

 

 

 

"อะไรก๊าน~~ก็บอกแล้วให้มากินที่บ้านเม "

 

 

 

เมษา เหวี่ยง แขนบางๆของเธอโอบคอเด็กหนุ่ม อย่างไม่รู้สึกอะไร.. ทำเอาคนเป็นพ่ออย่างผมแทบจะถีบประตูห้องเก็บข้องออกไปทำอะไรบางอย่างให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

 

"เอ้า..งั้นก็กินข้าวกันไปก่อนละกัน ..เดี๋ยวเราไปเตรียมของให้ก่อนก็ได้..เพื่อเมเลยนะเนี่ย~"

 

 

 

เหมือนจะตอกย้ำ.. หลังจบคำ เมษาก็โดนกอดคอตอบด้วยวงแขนที่ใหญ่กว่า

 

 

"เร็วๆนะ..เค้าเหงา~"

 

 

ผมตัดสินใจออกจากห้องเก็บของ เดินตาม นายปอ คนนี้ไป.. แม้อายุขนาดผมจะมากไปสำหรับการเล่นเป็นสายลับแล้ว.. แต่เพื่อความมั่นใจในสวัสดิภาพของลูกสาวก็ต้องกระชากวัยกันหน่อยละ..

 

 

นาย ปอ คนนี้ ดูไปดูมาก็ภูมิฐานท่าทางมีฐานะ และความรู้อยู่มิใช่น้อย.. ดีกรี ห้องคิง ของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ก็พอจะรับรองความเชื่อนี้ได้..แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ..มายุ่งกับลูกสาวเราก็ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น

 

 

เขากระโดดขึ้นบันไดอย่างแคล่วคล่อง และ เปิดประตูห้องเมเข้าไป .. อันที่จริงตัวผมเองเป็นคนต่อต้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล..แต่ภรรยาผมก็ช่างสรรค์หาจุดชมวิวที่เห็นห้องลูกสาวมากที่สุดจนเจอ... บนห้องใต้หลังคามีรูขนาดมใองผ่านได้รูนึงครับ..

 

 

ผมปีนขึ้นบันไดลิงที่ทอดขึ้นไปถึงห้องมืดฝุ่นเขรอะอย่างทุลักทุเลโดยไม่ลืมจะเอาไฟฉายติดมือขึ้นไปด้วย

 

 

น่าแปลกที่การทานอาหารเช้าของอีก2สาว ถึงได้นานนัก.. แต่ในที่สุดทั้ง2คนก็ขึ้นมา.. ท่าทางสาวน้อยคนนี้จะไม่ได้ทานข้าวเช้ามาจริงๆเพราะเวลาขนาดนี้เธอคงทานข้าวต้มของมีนา..ซึ่งยากนักที่มนุษย์คนไหนจะแด๊กส์ลงไปได้..จนหมด... มิหนำซ้ำยังแอคทิฟวิ่งขึ้นบันไดจนเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดเป็นไอพร้อมกับเสียงหอบเล็กๆของทั้งคู่อีกต่างหาก

 

 

"เอ้า~ทำงานๆ... เอาให้เสร็จก่อน4โมงครึ่งน้าค้า~ "

 

 

 

ฟิวเจอร์บอร์ดสีดำ ถูกตัดเป็น3ส่วน เพื่อเป็นประตูเปิดปิด เห็นได้ชัดว่า งานนี้คงไม่อาศัยงบประมาณเท่าไรนัก เพราะนอกจาก ฟิวเจอร์บอร์ดแล้ว มีเพียงปากกาเคมี กระดาษแข็ง สี แล้วก็วัสดุอื่นๆที่ผมเจอในบ้านทุกวัน.. การทำงานแบบเน้น ความเป็นตัวของตัวเอง เป็นนโยบายของลูกสาวผมมาแต่ไหนแต่ไร

 

 

 

ระหว่างการทำงานครึ่งวันผมสังเกตุถึงความสัมพันธ์ประหลาดของ 3 คนนี้..ซึ่ง ไม่ใช่เรื่องดีซักนิด..

 

 

 

ทุกครั้งที่ เมษา หยอกล้อกับ ปอ หนู ส้ม จะ รีบคลานไปกระตุกเสื้อ เมษา และทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่ทุกครั้ง.. ซึ่งเมษา ก็ทำท่ารู้ร้อนรู้หนาวหยอกล้อ นายปอต่อไป..

 

 

 

..รักสามเศร้าชัดๆ..

 

 

 

ถึงแม้หนูส้มจะชอบ นายปอ เหมือนกันแต่ก็เป็นแฟนเพื่อน ก็รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์แต่ก็ยังหึง...เฮ่อ...นี่ถ้าผมติดตามพฤติกรรมลูกสาวอีกนิดคงได้เป็นนักเขียนนิยายวัยรุ่นชื่อดังแน่..

 

 

นาฬิกาตีบอกเวลา 12 นาฬิกา ผมโทรบอกภรรยาว่าจะซื้อข้าวเข้าไปให้ลูก..ไม่ต้องกลับมาก็ได้ ..ซ฿งคุณเธอก็ไม่ว่าอะไรเพราะกับลังเคลิบเคลิ้มกับสปาเท้า สุดหรูอยู่..

 

 

"อ้าวพ่อ~กลับมาเร็วจัง"

 

 

เมษา ขมวดคิ้ว หน้าไม่ค่อยดี ผมรับไหว้เพื่อนลูก(กับแฟนลูก?) ทั้ง2คน แล้วจึงยิ้มให้

 

 

"ก็..คุณ ภมรดา เค้าเป็นลมกลางสนาม..สงสัยแกเกร็งตอนพัตต์ไปหน่อย เลยฟาดซะ กระแทกหัวเข่าแคดดี้หัก..พ่อพาแกไปส่งโรงบาลมา..เดี๋ยวคงกลับไปเยี่ยมอีกรอบ.. "

 

 

 

"..พ่อไปเลยได้มั้ยล่ะ~"

 

 

 

"ค่ะ "

 

 

 

ดูคำนี้จะเป็นคำที่สดใสที่สุดในบทสนทนา ผมจึงจ้ำอ้าว ออกมาให้พ้นสายตาทั้ง3คนแล้วเข้าไปซูกในห้องเก็บของ ดูทั้ว3คนกินข้าวกัน..โดยไม่ลืมจะเอาข้าวของผมเข้าไปด้วย..

 

 

 

...มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างราบรื่น..ยกเว้นก็ตรงที่ หนูส้มลุกไปเข้าห้องน้ำ..อีก2คนดูจะสวีทกันไปหน่อยก็เท่านั้น..

 

 

 

"เมๆ ห้องน้ำไปทางไหนคะ.."

 

 

 

หนูส้มเดินกลับมาอีกรอบด้วยท่าทางไม่พอใจเมื่อเห็น เพื่อนอีก2คนมีท่าที..อะร๊าย อะรายกัน..เมษาผู้แสนดีก็ลุกขึ้น ลากข้อมือเพื่อนสาวไปในทันที..

 

 

นายปอเกาหัวแกรกยักไหล่เล็กน้อย และเดินขึ้นไปบนห้อง.. นั่นทำให้ผมไม่พอใจมิใช่น้อย.. ท่าทีไม่สนใจผู้หญิงอีก2คนนั่นมันอะไรกัน..

 

 

คล้ายกับตอนมื้อเช้า.. สาวน้อยอีก2คนกลับมาพร้อมอาการหอบ เหงื่อ เสื้อผ้าที่หลุดๆไม่เรียบร้อย และรอยช้ำเล็กๆน้อยตามตัว.. นั่นยิ่งทำใหฟ้ผมกลัวเข้าไปใหญ่.. นอกจากรเองชู้สาวแล้วยังมีเรื่องตบตีอีกเหรอนี่..

 

 

บ่ายสองครึ่ง เมษาสะกิดนายปอเบาๆ.. เขายิ้มและพยักหน้า ก่อนจะเริ่มเก็บกระเป๋าและเปิดประตูออกไป

 

 

"แล้วเจอกันนะจ๊ะฮันนี่~ดาร์ลิงก์~"

 

 

เด็กชายทิ้งทวนคำพูดชวนพะอืดพะอม โดดลงบันไดไปอย่างร่าเริง.. ผมรีบเผ่นลงมาจากห้องใต้หลังคา..และคว้าข้อมือเขาไว้ได้ก่อนจะลงบันไดไป..

 

 

"เธอ~คิดยังไงกับลูกสาวลุง..ไม่สิ คิดยังไงกับ2คนนั้นกันแน่~ "

 

 

 

เด็กชายท่าทางตกใจ และ งง อย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

"กะ..ก็..เพื่อนไงครับ~ "

 

 

 

"เพื่อน?..ไม่รู้ตัวบ้างเหรอว่า2คนนั้นเค้าชอบเธอ..ห๊ะ~~นายปอ~~!! "

 

 

 

ความงงบนใบหน้าเพิ่มขึ้นเป็น2เท่า เขามองหน้าผมก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

 

"ผมไม่ใช่ปอครับ~~ "

 

 

 

"หา? "

 

 

 

"คุณลุงอย่าพูดดังครับ...

 

 

 

..ผมขื่อส้ม.. เม ไม่เคยเล่าให้คุณลุงฟังเหรอครับว่าผมเป็น เกย์.. "

 

 

 

"หา??...

 

 

 

..แล้วที่พวกเธอหยอกเล่นกันนั่น... "

 

 

 

"ก็บอกแล้วไงครับว่าผมไม่ชอบผู้หญิง เราก็หยอกกันตามประสาเพื่อนสาวแหละครับ...แต่ปอน่ะสิคิดมาก..เรียก เม ไปเคลียร์ตั้งหลายรอบ..แทนที่จะช่วยกันทำงาน..2คนนั้นก็มัวแต่ไป..อ๊า~กันอยู่ได้..

 

..ตอนข้าวเช้าก็ทีนึง ใส่กันซะเต็มคราบ ไม่กลัวคนเห็น.. ตอนเที่ยงก็อีกเที่ยวนึง.. นี่ยังไล่ผมออกมา กะจะต่อกันอีกนยกด้วย.. "

 

 

 

"หา??? "

 

 

 

"..ปอไงครับ..ดูภายนอกหงิมๆน่ารัก มีผู้ชายมาจีบเยอะพอๆกะ เม เลย..แต่ไม่กี่คนหรอกครับที่รู้ความจริง.. "

 

 

หา????

 

 

 

...เอ้อ..เด็กชายลากผมขึ้นไปบนห้องใต้หลังคา..ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเค้ารู้ได้ยังไง.. แล้วผมก็ได้รู้ ความจริง ที่เขาว่า..

 

 

 

"อ๊า~~อื๊อ~~..ปอขา..เบาๆหน่อย..เม เสียวนะ.."

 

 

 

"อ๊า~~เม นั่นแหละ..อย่าเล่นแบบนี้สิ...อ๊า~ไม่นะอย่าใช้ท่านี้กับปอค่ะ..อ๊า~อ๊า~"

 

 

 

 

ในห้องสีชมพูนั้นกลายเป็นสวรรค์น้อยๆของเด็กสาว2คน..

 

 

 

..เอิ่ม..ในฐานะพ่อคนหนึ่งผู้อยากให้สังคมไทยสงบสุข..นี่มันเกิน เรท R ไปไกลแล้วครับ.. ขอไม่บรรยายไปมากกว่านี้ก็แล้วกัน(ยกเว้นจะมีแฟนๆ ขอฉากเซอร์วิซเพิ่ม..ล้อเล่นครับ)

 

 

 

..ถึงแม้ เมจะไม่มีแฟน เป็นผู้ชายก็เหอะ..

 

 

 

..แต่ผมจะดีใจมั้ยเนี่ย..

 

 

 

 

..ที่ต้องมีลูกสาวอีกคน..

 

 

 

edit @ 2 Nov 2007 22:36:37 by Lunatic

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

=0= ไม่นะ - -*
เอ่อ.....
พูดไม่ถูกแหะ

#1 By เฟเน่จัง© on 2007-07-30 22:29

สนุกดีค่ะ (ฮา)

ตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องสั้นของนักเขียนสักคนที่อาจารย์เคยเอามาให้อ่านก่อนสอบ เห็นภรรยาชื่อมีนาเหมือนกัน แต่อ่านแล้วก็เห็นว่าตัวสามีชื่อไม่เหมือนกัน

ชอบที่ทั้งครอบครัวนี้ใช้ชื่อเดือนตั้งชื่อ (ถึงจะแปลกใจ กับกันยาหน่อยก็ตาม)

เสียดายหน่อยที่ชื่อเรื่องค่อนข้างสปอยเนื้อเรื่องไปส่วนหนึ่งแล้ว แถมเป็นส่วนที่หักมุม+ไคลแมกซ์ ด้วย

ขอตัวไปอ่านเรื่องอื่นๆ ในบล็อกนะคะ

#2 By devil เม็ดถั่ว on 2007-07-30 22:50

ช่างคิดจังค่ะ แบบว่าเอาชื่อเดือนมาตั้งเป็นชื่อตัวละครได้แนบเนียนมากเลย ชอบๆ วันหลังแต่ Yอีกนะคะ ชอบมากๆ ส้มชอบอ่านวาย ขอคราวหน้า ช กะ ช นะคะ อิอิอิ

อุ๊ยตาย ว๊ายกรี๊ด~
(- -") อ่านเเล้ว เพิ่งมาเดาตอนจบได้ตรงกลางเรื่อง... หนูกค่า~~~

#4 By Menamarea on 2007-07-31 16:56

ซาหนูกกกกกมากกกก

อยากอ่านอีก แต่แอบติดเรทนะนี่

#5 By Darkside Emotion on 2007-08-05 21:14

พรีเดเตอร์กระเดือกไม่ลง โอ้ว ช่างเป็นวลีที่กินใจดีแท้

#6 By Amilin on 2007-08-14 22:11

อุ้ยๆ ลืมๆ แวะกลับมาบอกค่ะ ว่าเพลงกาษา ที่ตะเองได้ยินบอกว่า เหมือน จะเข้ กู่เจิ้งน่ะค่ะ มันไม่ใช่ จะเย้ หรือ กู่เจิ้งนะคะ มันคือ ขิม อ่าค่ะ ตอนต้นนั่นเป็นเสียงขิม แล้วก็ที่เป็นเสียงทำนองให้เพลงด้วยค่ะ มีเสียงขิม เปียโนก้ะมี แล้วก็ขลุ่ย

#7 By Amilin on 2007-08-14 22:40