หากเธอมองออกไปจากฝั่งหรือหาดจนสุดสายตา เธอจะเห็นเส้นที่ท้องฟ้าสัมผัสกับทะเล
 
พวกกวีอาจจะเคยคิดเดินทางไปที่นั่น, ช่างเขาประลัย, เธอก็รู้ว่าอารมณ์ที่ไหวและใจบางๆอย่างศิลปินนั้นไม่ทำให้เธออยู่ได้อย่างมีความสุข อย่างน้อยก็ในตอนนี้ , คริสศตวรรษที่ ๑๗
 
ถ้าถามฉันถึงสิ่งที่เธอต้องมีเพื่ออยู่อย่างมีความสุขหรือ? เธอก็ต้องมีเงินซักหน่อย, ต้องมีแขกมัวร์เป็นข้ารับใช้, ต้องมีคฤหาสน์หลังงามๆ อยู่ในย่านผู้ดี แต่ หากเธอมีเรือล่องสมุทร มีต้นหน มีกัปตัน และมีฝีพาย เธอก็ควรขายทั้งหมดนั้นทิ้งเสียเดี๋ยวนี้
 
เพราะนี่คือยุคทองของโจรสลัด, ลองเธอแล่นออกไปจากท่าไม่พ้นครึ่งทาง เรือของเธอจะร้าง สมบัติเธอจะถูกริบ และในขั้นที่แย่ที่สุด แม้แต่ชีวิตเธอก็จะไร้
 
เอาละ, ทีนี้ขอให้เธอทอดสายตาของเธอกลับไปที่ทะเลอีกครั้ง แล้วบอกฉันซิเธอเห็นอะไร
 
ไม่ใช่, ไม่ใช่ฝูงนกนางนวลนั่น แล้วก็ไม่ใช่หมู่หินโสโครกนั่นด้วย, โธ่เอ๊ย เอาละๆ, มองตามที่ฉันชี้ คราวนี้ถ้าเธอไม่ตาบอดเธอก็ควรจะเห็น
 
เรือโจรสลัด
 
---
 
ฮาๆ, ใช่, นี่ล่ะที่ฉันจะเล่าให้เธอฟังละ, เรื่องราวของโจรสลัด, ฉันขอเตือนให้เธอได้รู้ไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่ความช่างฝัน, ความโรแมนติกของการไล่ตามความปราถนาหรืออะไรทำนองนั้น, แล้วฉันก็ไม่พึงปราถนาให้เธอถามว่าเรื่องที่ฉันกำลังจะเล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงที่เสี้ยวทะเลใดซักเสี้ยวหนึ่งบนโลกหรือเป็นเรื่องที่ฉันอุปโลกเพ้อเจ้อขึ้นเอาเอง, มันไม่ใช่เรื่องสำคัญนักหรอกหากเธอจะฟังเรื่องราวของผู้ชายบนโขดหินเขียวๆ ที่เธอไม่รู้จัก, เธอไม่เห็นด้วยหรือ
 
เอาละ, ถึงไหนแล้ว, เอ้อ ใช่... เรื่องราวของโจรสลัด, เรื่องราวของโจรสลัดหนุ่ม, ฮาๆ เปล่า มันไม่ใช่กัปตันหรอก , มันเป็นแค่ลูกเรือเล็กๆ บนเรือโจรสลัดเท่านั้น, เพราะมันอายุเพียง ๑๙ ปี, ช่างน่าเศร้าจริงที่เดี๋ยวนี้เด็กหนุ่มอายุ ๑๙ ก็เป็นโจรสลัดแล้ว มันทั้งปล้น ทั้งฆ่า ทั้งละดมบโลภมากอย่างที่สลัดควรจะเป็นด้วย
 
ชื่อของมันคือ จอห์น, เป็นชื่อที่ดีเกินไปสำหรับสลัดเธอว่าไหม
 
แต่.... มันน่าเศร้านัก, ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่น่าเศร้าที่มันเป็นสลัด ถ้ามันเป็นสลัดเพียงอย่างเดียวมันจะเศร้าน้อยกว่านี้มากทีเดียว
 
เพราะจอห์นมีวิญญาญที่สัมผัสความเคลื่อนไหวของความรู้สึกได้ มันรู้ทะเล รู้ดอกไม้ รู้ก้อนหิน ที่ร้ายที่สุด มันรู้หนังสือ, อย่างที่สลัดไม่ควรจะรู้, และถ้านี่ยังไม่ร้ายพอ..
 
มันรู้บทกวี
 
จอห์นเป็นกวี
 
---
 
อ้าว, เรือสลัดหายไปแล้ว, หลังเส้นของท้องฟ้ากับทะเลนั่น
 
พวกมันคงเอาของที่ปล้นได้มาขาย, แล้วก็กินดื่มกับความสำเร็จบนความล้มเหลวอีกมากมาย หลังจากเมามายจนลืมชื่อแม่สามวันติดพวกมันก็คงลงเรือและออกไปแสวงโชคอีกครั้ง
 
อะไร? จอห์น? ช่างจอห์นก่อนประลัย ในเมื่อสลัดไปแล้ว ทำไมฉันถึงต้องเล่าเรื่องพวกหนูท่อนี้อยู่อีก 
 
เอาอย่างนี้, ฉันจะเล่าเรื่องใหม่ให้เธอฟัง
 
เป็นครั้งที่สาม, ขอให้เธอมองทะเล
 
ยังจำหินโสโครกนั่นได้ใช่ไหม, ใช่, นั่นแหละ
 
เธอช่วยดูแทนฉันหน่อยซิ บนโขดหินนั่นมีอะไรอยู่บ้างรึเปล่า
 
อ้อใช่.. นางนวล
 
และนั่นหอยแล้วก็เพรียง, ช่าย.. ใช่ ตะไคร่น้ำ...
 
มองต่อไปสิ
 
เธออาจจะอยู่ที่นี่ถึงคืนเพ็ญ.. ถ้าเธอว่าง ฉันอยากให้เธอมาดูโขดหินนั่น
 
เธออาจจะพบเข้า...
 
ไม่ๆ ไม่ใช่จอห์น, บอกแล้วไงว่าช่างจอห์นมัน, มันจะถูกไอ้วาฬยักษ์ หรือ ฉลาม กินก็ช่างมัน
 
เป็นอะไรที่วิเศษกว่านั้น ฟุ้งฝันกว่านั้น แล้วก็น่าตลกกว่าจอห์นที่เป็นสลัดกวีเสียอีก ฮาๆ
 
เธออาจจะพบเข้า..
 
กับ เงือก
 
ที่มาฝึกร้องเพลง
 
---
 
อ้าว, จะไปแล้วหรือไง? คนรถของเธอมาเรียกหรือ? อ้อ.. ยังงี้นี่เอง.. เธอนี่เองที่มีอย่างที่ฉันว่า ฮาๆ แต่เธอคงไม่มีเรือ.. ถึงได้มานั่งฟังฉัน, เด็กฟั่นเฟือนอย่างที่เขาว่ากัน, เล่าเรื่องทะเลอย่างนี้
 
อาห์.. ได้สิ ฉันยินดีต้อนรับเธอทุกเมื่อหากจะสละเวลาอันมีค่า, มีค่าถึงขนาดที่ทุกวินาทีของเธอคิดเป็นชิลลิง, มาฟังฉัน
 
แน่นอน, ยังไม่จบ, เรื่องน่าตื่นเต้นจะจบทุเรศอย่างนี้ได้ซะเมื่อไหร่กัน
 
ทั้งเรื่องจอห์น, ไอ้สลัดกุ๊ยที่เสพย์กวี
 
ทั้งเรื่องเงือก, เงือกเยาว์วัย ที่ไม่เอ่ยปากร้องเพลง
 
แล้วก็ทั้งเรื่องที่ทั้งสองคน
 
มาเจอกันในตอนที่พระจันทรเต็มดวง
 
ตอนที่พระอาทิตย์ละลายลงทะเล
 
ตอนที่อินทรีย์ร่อนไปยังทิศตะวันออก
 
ทั้งตอนที่ทะเลโกรธและซัดจอห์นเกือบตาย
 
อ้าว
 
นี่ฉันพูดอะไรเกินเลยไปหรือเปล่า
 
ฮาๆ
 
เอาละ
 
เชิญเถิดขอรับคุณหนู
 
เมื่อสลัดเป็นกวีและมีเงือกที่ไม่ร้องเพลง
 
เราอาจได้พบกันใหม่
 
---
 
(อาจ) มีต่อ
 
10:26
16 กุมภาฯ
 

Comment

Comment:

Tweet