ยศกับปรางค์(๔)

posted on 01 Mar 2011 09:45 by yukiannu in novel
 
 
แดดเข้มข้นจนอากาศเต้นไหวเป็นระลอก
 
ลมนิ่งตาย ดอกไม้เฉา
 
มีเพียงเสียงนก กับล้อจักรยานหมุน
 
ปรางค์ถามยศ
 
'เคยคิดฆ่าตัวตายบ้างไหม'
 
---
 
แกรก แกรก แกรก
 
เฟืองหมุนกระทบกัน ล้อยางเบียดพื้น
 
จักรยานสีขาว อายุของมันมากกว่าอายุของปรางค์กับยศรวมกัน.. เป็นจักรยานของปู่ยศ
 
มันนอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บของมานาน.. ตั้งแต่ที่เจ้าของที่ซื้อมันมาด้วยเงินจากการจับกบไปขายในตลาด ต้องนอนนิ่งอยู่ในโลงและกลายเป็นเถ้าธุลี.. มันเองก็พิจารณาตัวว่าควรจะต้องกลายเป็นซากเหล็กได้แล้วเช่นกัน
 
แต่ไม่มีงานณาปนกิจสำหรับจักรยาน
 
ความเดียวดายและภาพเก่าในวันวาน
 
จึงเป็นสิ่งทดแทน
 
การจากไปสู่ความตาย
 
---
 
วันนี้ประตูห้องเก็บของเปิดออก สายแดดส่องผ่านลายบนประตูสังกะสี เห็นละอองฝุ่นลอยอย่างเกียจคร้านชัดเจน
 
ยศค่อยๆ ยกกล่องมากมายที่วางอยู่เต็มทาง มีกล่องที่ครั้งหนึ่งเคยใส่ส้ม มีกล่องหนึ่งเคยใส่ทีวี มีกล่องที่ครั้งหนึ่งเคยใส่ตู้เย็น (และเพื่อนที่เคยได้อาศัยอยู่ในมันก็ยืนอยู่ข้างๆมันนั่นเอง) แต่ตอนนี้ทุกกล่องไม่มีตัวตนในอดีตอีกแล้ว.. ไม่ว่ามันจะเคยเป็นกล่องอะไรทุกวันนี้มันเป็นกล่องเดียวกัน.. คือกล่องฝุ่นเขรอะใส่ของเก่า
 
ในที่สุดเขาก็ถึงจักรยานสีขาวคันเก่าของปู่
 
ยศเคยนั่งซ้อนท้ายปู่ เมื่อตอนเด็ก.. เขายังจำได้ดี.. ถึงแม้ปู่จะตายตั้งแต่เขาอายุ หกขวบ แต่ความทรงจำเกี่ยวกับปู่นั้นชัดเจนเหลือเกิน
 
ปู่เป็นคนตัวใหญ่ ผมของปู่ไม่มีสีดำแทรก ทั้งหนวดและเคราของปู่ก็เหมือนกัน มือของปู่หนาและสากมาก ตาของปู่ดุและน่ากลัวเหมือนเสือ
 
ที่หลังของปู่ก็เป็นเช่นกับตา
 
เสือตัวใหญ่
 
เหยียบพาดอยู่บนหลังของปู่
 
ยศยังจำได้ดี
 
---
 
แผ่นหลังของปู่ลึกอยู่ในมือ
 
เขาชอบเสือบนหลังของปู่มาก แต่ปู่ไม่ยอมให้เขาจับ
 
ในวันที่ปู่เสียเขาสัมผัสหลังปู่ผ่านชุดสีเขียวของโรงพยาบาล
 
ยศ, อายุหกขวบ
 
จ้องมองมือตัวเองและใบหน้าของปู่ที่นิ่งเฉย
 
โดยไม่พูดอะไร
 
และไม่มีน้ำตา
 
---
 
'ไม่เคย..'
 
ยศตอบหลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
 
'นั่นสิ..
 
..ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน..'
 
เขาเอี้ยวตัวกลับมามองคิ้วขมวดเป็นปม, ขายังปั่นจักรยาน
 
' แล้วถามทำไม '
 
' ไม่รู้สิ... 
 
 
แค่นึกถึงเรื่องตายขึ้นมา..' 
 
---
 
ยศจูงมันออกมา จัดการเช็ดถูทำความสะอาดจนแทบไม่มีฝุ่น
 
ภาพของปู่ยังเด่นอยู่ในความคิด
 
ปู่ที่เป็นตำรวจ.. ปู่ที่ยิงผู้ร้าย..
 
ปู่เป็นคนเดียวที่ไม่ว่ายศจะไปมีเรื่องชกต่อยกับใคร(ที่โรงเรียนอนุบาล) ก็ไม่เคยว่า
 
และยศรู้ว่าแม้จนถึงวันนี้ที่เขากำลังจะจบมัธยมปลายและยังมีเรื่องอย่างเดิมอยู่แทบทุกวันแถมทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่
 
ปู่ก็จะไม่ว่าอะไร
 
ปู่จะมองเขาด้วยสายตาอย่างเสือ
 
ไม่ใช่อย่างเฉยเมย
 
แต่เป็นอย่างลึก
 
ลึกจนยศรู้ว่าปู่สัมผัสได้
 
ส่วนที่ลึกที่สุดของเขา
 
แม้ปู่จะไม่อยู่แล้วก็ตาม
 
---
 
ยศปั่นจักรยานออกไปรับปรางค์แต่เช้า
 
เพราะไม่มีการนัดหมายอะไรไว้ก่อน, ปรางค์เลยตกใจมาก, มองลงมาจากระเบียงไม้บนชั้นสองอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ก็รีบแต่งตัวและซ้อนจักรยานไปกับเขาโดยไม่ได้บอกใคร
 
ยศหลบออกจากเมือง เข้าถนนเล็กๆ เงียบๆ เส้นหนึ่ง บ้านเรือนมีน้อยกว่าพงหญ้าที่ขึ้นสูง
 
ไม่นานนักก็หลุดออกมาบริเวณนาข้าว.. ฝนแล้งและดินแตกระแหง มีเพียงดอกหญ้าและวัชพืชที่เบ่งบาน
 
ถนนเล็กๆ ข้างหนึ่งเลียบนา อีกข้างหนึ่งเลียบคลองที่ยังพอมีน้ำใสให้เห็นอยู่
 
ยาวไปจนสุดตาที่เพิงเล็กๆหลังหนึ่ง
 
ยศปั่นไปเรื่อยๆ
 
ปรางค์ไม่พูดอะไรต่อ
 
---
 
'เธอว่า...'
 
จู่ๆยศก็พูดขึ้น ปรางค์ละสายตาจากรองเท้าแตะสานที่มีดอกไม้เล็กๆประดับ
 
' หลังเราเหมาะจะสักเสือมั้ย '
 
ปรางค์มองหัวด้านหลังของยศแล้วจึงทอดสายตาลงมาที่แผ่นหลัง
 
' ก็...
 
... พอได้อยู่บ้าง '
 
เธอใช้มือน้อยๆ สีขาวของเธอแตะลงบนหลังนั้นแผ่วเบา
 
' เราว่าเธอยังไม่นิ่งพอ จะเป็นเสือมั้ง.. '
 
 
ถูกของเธอ
 
ยศคิดในใจ
 
---
 
สุดทางแล้ว จักรยานจอดอยู่บนถนน
 
ยศนั่งสูบบุหรี่อยู่แคร่ สายตาทอดยาวไปบนทางที่ผ่านมา นานๆครั้งก็จะละสายตามามองที่มือที่ถือมวนบุหรี่อยู่
 
ปรางค์มีหนังสืออยู่ในมือเล่มหนึ่ง เป็นนิยายไทยโบราณๆ ของแม่ที่จากไป
 
' เธอเป็นพิษนิโคตินเรื้อรังหรือยัง '
 
เธอเงยหน้าจากหนังสือ.. ถามเขาเมื่อได้กลิ่นบุหรี่
 
' ยัง...
 
 
   ... ถึงเราไม่นิ่งพอจะมีเสือ '
 
ยศปล่อยบุหรี่ลงแล้วเหยียบดับ
 
' ก็พอจะไม่แพ้กะแค่สารเคมี.. '
 
ปรางค์ยิ้ม
 
เธอรู้ดี
 
---
 
จักรยาสีขาวคันเก่าวิ่งอีกครั้งหลังจากไม่ได้วิ่งอีกเลยมาตั้งแต่สิบสามปีที่แล้ว ผ่านนาและลำคลองกลับไปทางเดิม
 
หากจะมีใครถามมันได้ว่ามันรู้สึกอย่างไร
 
มันจะตอบว่ามันดีใจมากที่เด็กน้อยคนที่เคยนั่งอยู่ด้านหลังวันนี้กลับมาเป็นคนขี่มัน
 
แม้จะยังไม่เข้าใจวิถีของเสือเท่าปู่ของเขา
 
แต่มันรู้ว่าสักวัน, ในอีกไม่นานนี้,
 
เขาจะเข้าใจอย่างถ่องแท้
 
---
 
' ปรางค์.... '
 
' อื้อ... '
 
' วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของปู่เรา '
 
ปรางค์ยิ้มบางๆ
 
' เสือของปู่, เรายังจำได้ดี... '
 
ยศปล่อยมือจากแฮนดฺจักรยานข้างหนึ่งทิ้งลงข้างตัวค่อนไปข้างหลัง
 
' มันยังอยู่ในนี้ตลอดเวลา... '
 
เธอมองดูมือของเขาเคลื่อนไหวตามจังหวะถีบ แล้วค่อยๆใช้มือทั้งสองของเธอประคองมือของเขาขึ้นมา
 
' อืม... '
 
' ซักวันนึง...
 
เราก็จะมีเสือของตัวเองเหมือนอย่างปู่เหมือนกัน... '
 
---
 
บ่ายยังเงียบงัน
 
แดดยังเข้มข้น
 
ล้อจักรยานยังเบียดกับพื้นยางมะตอย
 
เสือตัวหนึ่งในมือ
 
กับเสืออีกตัวหนึ่ง
 
ที่กำลังจะเข้ามา...
 
---
 
'เสือ' ที่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับความเชื่อ
 
แต่สัมพันธ์โดยตรง
 
กับแก่น
 
กับจิตใจ
 
---
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะที่มาเม้นให้...ขอบคุณค่ะ

#2 By axolotl on 2011-03-13 23:01

อือ เรื่องนี้ เขียนดีนะ

#1 By in the mood for love on 2011-03-01 20:55