๑.
 
กรุงเทพฯ
 
สำหรับฉันเธอหนาหนัก เฉยเมยและไม่เป็นมิตร
 
อ้อมกอดคอนกรีตของเธอทำให้ฉันอึดอัด
 
ฉันหวังว่าจะเป็นเพียงอคติ
 
และขอให้เธอใจดีกว่าที่เห็น
 
 
 
๒.
 
มีปรากฏการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ
 
ปรากฏการณ์ที่เล็กจนเหมือนไม่ได้เกิดขึ้น
 
แต่มันก็เกิด
 
และสำคัญเช่นเดียวกับวาระระดับชาติ
 
 
 
 
๓.
 
หัวค่ำ คืนฝน
 
ฟุตพาธเปียกชื้น ดูเศร้าสร้อย
 
ตึกธนาคารกระพริบไฟเอทีเอ็ม
 
ใต้ตู้เอทีเอ็มมีแก้วน้ำ
 
ถุงพลาสติกใส่แตงกวา
 
และนกกาเปียกปอน
 
ฉันนั่งลงสบตา
 
ตาสีดำขลับลึกจนน่ากลัว
 
ว้าเหว่
 
หวั่นไหว
 
ตอนเช้าที่เดิม ฉันเดินผ่าน
 
กาดำจากไป ..
 
ฉันไม่รู้ว่าไปไหน ..
 
ไม่มีทางรู้ ..
 
 
 
 
 
๔.
 
ซากของความเจริญท่ามกลางความเจริญ
 
เธอถูกทิ้งร้าง
 
เศษปูนสีขาวเกลื่อนอยู่บนพื้น
 
เกล็ดหิมะที่ไม่ละลาย
 
ฉันมองไปไกล เท้ายังเดิน ดวงตาจรดขอบตึก ดวงใจจรดขอบฟ้า
 
แมวลายดำขาว เดินสวนฉันไป
 
กล้ามเนื้อเป็นรูปชัด
 
มันเป็นแมววัยฉกรรจ์ที่แข็งแรง
 
โดดเดี่ยว ไม่ผูกพัน
 
แต่ละก้าวที่ย่างเงียบกริบ
 
และไม่เหลือร่องรอยใดทิ้งไว้
 
เช่นเดียวกับทิศทางที่มันไป
 
เช่นเดียวกับตัวมัน
 
ก้าวไปเหมือนไม่ก้าว
 
ดำรงอยู่เหมือนไม่มี
 
แม้จากไป ..
 
ก็ไม่ต่างกับคงอยู่ ...
 
 
 
 
 
๕.
 
คลองแสนแสบสีหม่น
 
ตีนสะพานหัวช้างมีผู้คนเดินทางประปราย
 
ยังมีอีกสิ่งหนึ่งเดินทาง
 
หอยทากตัวใหญ่คืบไปบนขอบบันไดซีเมนต์
 
หอยทากเคยตอบคำถามไหมว่าเมื่อไหร่มันจะถึงจุดหมาย
 
คงไม่
 
แต่เธออาจจะเคยตอบคำถาม
 
ว่าเธอเดินมาไกลเท่าไหร่แล้ว
 
บนเมือกที่เธอผล่อยทิ้งไว้ข้างหลัง
 
แต่อันที่จริง ..
 
การเดินทางของเธอ
 
คงไม่มีคำถามใด ..
 
...
 
เช้ารุ่งขึ้นฉันผ่านไปคลองแสนแสบอีก
 
แปลกทีเดียวที่สีของคลองเป็นเหมือนเดิมไม่ว่ากลางวันและกลางคืน
 
สะพานก็ยังอยู่ที่เดิม
 
ผู้คนไม่ใช่คนเดิม
 
มีฉันบนบันไดขั้นเดิม
 
กับหอยทาก
 
ฉันจำได้.. ฉันมั่นใจว่าฉันจำได้
 
เปลือกใหญ่ขดม้วน ลายสีน้ำตาลหมอง
 
เธอยังอยู่ที่เดิม
 
แต่จากไปแล้ว ..
 
เธอคงไม่ปล่อยเมือกอีก
 
เพราะเธอเหลือแต่กระดอง ..
 
เธอทำชีวิตระเหยไปกับไอแดด
 
หรือละลายหายไปกับหยดฝน
 
เธอคงไม่ตอบฉันอีกเช่นเดิม
 
เพราะการเดินทางของเธอ
 
ไม่เคยมีคำถาม ..
 
 
 
 
 
๖.
 
กรุงเทพฯ
 
ทุกมุมมีชีวิตที่ดำเนินไป
 
ฉันใจหายเมื่อรู้สึกว่าชีวิตหลายล้านดำเนินไป
 
แต่แทบจะไม่สัมพันธ์กันเลย
 
แม้ว่าในกลไกของสังคมทุกคนจะทำงานรับใช้กันและกัน
 
แต่ฉันกลับเห็นความแตกต่างที่รุนแรงระหว่างสิ่งหนึ่งกับสิ่งหนึ่ง
 
คนหนึ่งกับคนหนึ่ง
 
ที่ดูราวกับจะไม่มีวันสัมผัสกัน
 
แม้จะอยู่ใกล้กันแค่ความยาวของกลีบดอกไม้ ..
 
 
 
 
 
๗.
 
กรุงเทพฯ
 
โปรดอย่าใจร้ายกับเด็กบ้านนอกอย่างฉันนักเลยนะ
 
ฉันยังมีอคติกับเธออยู่มาก
 
แต่หวังว่าซักวัน
 
มันคงจางลง ..
 
ฉันเองก็คงเป็นเหมือนกาดำหนึ่งตัวนั้น
 
แมวลายตัวนั้น
 
แล้วก็หอยทากตัวนั้น
 
เราเป็นสิ่งมีชีวิตในกรุงเทพเหมือนกัน
 
ไม่มีใครรู้จัก.. ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป..
 
โดดเดี่ยว.. ไม่ผูกพัน..
 
และพวกเราเดินทาง..
 
อย่างไร้คำตอบเช่นกัน..
 
 
 
----
 

Comment

Comment:

Tweet

อันว่า กทม เป็นเมืองที่ คน ตจว ส่งลูกหลานมาเรียนหนักหนา. หางานทำ
อันว่า ทำงาน สลับเรียนจนตัวดำ ก็ยังจน
บางครั้ง ตัวเรา มองตัวคนอื่น เราและเขาต่างก็สับสน
ชีวิตวก_วน. ดิ้นรน ใน กทม
อนาคต ลูกเรา คน ได้ชื่อว่า คน กทม
ได้ยินคน กทม บ่น อยากไป ตั้งถิ่น ที่ ตจว แสดงว่า คน กทม ก็สับสน
คิดแล้วอยากเป็นหอยทาก ไม่มีไอคิว ไม่ต้องสับสน
คิดแล้วอยากเป็นแมว อ้อนเอาใจคนแล้วได้ข้าวกิน
วุ่นวายอย่างไรผมก็ยังรักเมืองนี้ครับ Hot!

#7 By ผิวปาก on 2011-05-18 16:14

อืม ผมก็อึดอัดกับกรุงเทพครับ ไม่ชอบเลย

แต่ในเมื่อจะอยู่แล้ว

คงต้องปรับตัว

อยู่ร่วมกันโดยไม่ชาชินนะครับ

#6 By kae on 2011-05-14 15:56

กรุงเทพฯ นั้นน่ารักเสมอที่ข้าพเจ้าไปเยี่ยมเยือน
ชีวิตเราอาจไม่คุ้นชิน เพราะเราไม่ได้ดำรงตนอยู่ถาวรที่นั่น
แท้จริง เราเองต่างหากที่ตั้งคำถามต่อกรุงเทพฯ มากเกินไป
กรุงเทพฯ นั้นสวยงามเสมอ
เจ้าสาวแห่งเจ้าพระยา

กรุงเทพฯ คงเหมือนเด็กวัยรุ่นรักสนุก
และมีไฟแรงกล้า
พร้อมเติบโตขึ้นในทุกวันที่ผ่านพ้น
อย่างไม่รู้จักพักผ่อน
ไม่ว่ากลางวัน
หรือค่ำคืน

เจ้าอาจเดียวดายในกรุงเทพฯ
คงเพราะไม่คุ้นชินกับวิถีของมัน
ข้าพเจ้าไม่แนะนำให้เจ้าต้องปรับตัวเอง
ไม่มีเหตุอันใดที่ต้องให้ทำเช่นนั้น

ข้อแนะนำข้อเดียว
เข้าไปทักทายกรุงเทพฯหรือยัง
ยิ้มให้กรุงเทพฯแล้วหรือยัง

กรุงเทพฯนั้นใจดี,
หากเธอทำได้ตามนั้น
กรุงเทพฯจะได้ทำความรู้จักกับเจ้ามากกว่านี้

สี่ปีในเมืองหลวง,
จงใช้ทุกอย่างที่เจ้าพึงมี
คุ้มค่า,
ด้วยสติเจ้าเอง
อืม...
คงคิดถึงต้นหญ้ากะท้องฟ้ามากกว่าเนอะ
ฉันเกิดที่กรุงเทพ
แต่ก็อึดอัดเหมือนกัน

พอไปอยู่นอกประเทศครั้งแรก
ไปที่ญี่ปุ่น ถึงจะเป็นโตเกียว แต่มีสวนสาธาณะเต็มไปหมด มีทะเล อากาศโปร่งๆ ฉันไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะค่ะ big smile

#4 By in the mood for love on 2011-05-10 09:11

อืม...
คงคิดถึงต้นหญ้ากะท้องฟ้ามากกว่าเนอะ
ฉันเกิดที่กรุงเทพ
แต่ก็อึดอัดเหมือนกัน

พอไปอยู่นอกประเทศครั้งแรก
ไปที่ญี่ปุ่น ถึงจะเป็นโตเกียว แต่มีสวนสาธาณะเต็มไปหมด มีทะเล อากาศโปร่งๆ ฉันไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะค่ะ big smile

#3 By in the mood for love on 2011-05-10 09:11

ค่อยๆปรับนะครับ
มันเป็นเสน่ห์กรุงเทพฯ
ความลำบากเหลื่อมล้ำไม่มีวันหาย
เราแบ่งปัน
หรับมุมมอง
มันก็งามขึ้นครับ
กรุงเทพเค้าบอกว่าเป็นเมืองฟ้าแต่ฉันว่าเป็นเมืองที่เดียวดายbig smile big smile

#1 By บ้านชาวนา on 2011-05-10 00:28